ปูชนียวัตถุอันศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง

หลวงพ่อพระตาตน

วัดสำโรงเกียรติ ตำบลบักดอง อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ

หลวงพ่อพระตาตน วัดสำโรงเกียรติ

พุทธลักษณะหลวงพ่อพระตาตน

หลวงพ่อพระตาตน ประดิษฐานอยู่ ณ วัดสำโรงเกียรติ หมู่ที่ ๘ ตำบลบักดอง อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิสะดุ้งมาร ศิลปะเขมร มีขนาดหน้าตักกว้าง ๔ นิ้ว สูง ๕ นิ้ว

องค์พระพุทธรูปสร้างด้วยเกสรดอกไม้ผสมครั่งหรือยางชันปั้นเป็นพระพุทธรูป เรียกว่า “พระตาตน” ตามชื่อของบุคคลผู้นำมาถวายวัด

ศิลปะ

ศิลปะเขมร (ขอมโบราณ)

ปาง

ปางสมาธิสะดุ้งมาร

มวลสาร

เกสรดอกไม้ผสมครั่ง/ยางชันปั้น

ขนาด

หน้าตักกว้าง ๔ นิ้ว สูง ๕ นิ้ว

ประวัติการสร้างและตำนานตาตน

ตาตน เป็นคนเขมรต่ำ มีญาติอยู่ที่บ้านสำโรงเกียรติไปมาหาสู่กันเป็นประจำ วันหนึ่งตาตนได้นำไซไปดักจำปลาที่ร่องน้ำเชิงเขาทางทิศใต้ของบ้านสำโรงเกียรติ รุ่งขึ้นไปกู้ไซที่ดักเอาไว้ พบพระพุทธรูปติดไซอยู่ จึงเอาออกแล้วโยนลงน้ำ

ครั้นวันรุ่งขึ้นไปกู้ไซอีก ก็เห็นพระพุทธรูปติดไซอยู่ดังเช่นเดิม พิจารณาเห็นว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์จึงได้นำมาฝากไว้ที่บ้านญาติ ครั้นตกกลางคืนตาตนและญาติฝันว่า "เอาพระเข้าบ้านจะไม่เป็นมงคล ให้เอาไปฝากไว้ที่วัด" รุ่งขึ้นตาตนจึงได้นำพระพุทธรูปเกสรไปถวายวัดสำโรงเกียรติ เพื่อเป็นสมบัติของวัดสืบไป

เจ้าอาวาสจึงได้แจ้งให้ญาติโยมประชาชนใกล้เคียงได้ทราบกัน ซึ่งต่างพากันมานมัสการอย่างคับคั่ง ทำให้พระตาตนเป็นที่เคารพและบนบานศาลกล่าวกันมา ต่อมาจึงพากันเรียกขนานพระนามว่า หลวงพ่อพระตาตน ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

อภินิหารปาฏิหาริย์ พ.ศ. ๒๔๒๐

พุทธศักราช ๒๔๒๐ พระยาขุขันธ์ภักดีศรีนครลำดวน เจ้าเมืองขุขันธ์ ได้ทราบข่าวถึงความศักดิ์สิทธิ์ จึงได้จัดขบวนช้างม้าไปอาราธนาหลวงพ่อพระตาตน พออาราธนาหลวงพ่อพระตาตนขึ้นบนหลังช้าง และขบวนออกจากวัดสำโรงเกียรติจะข้ามสะพานห้วยทาไปเพียงเล็กน้อย ก็เกิดลมพายุฝนตกลงมาอย่างหนัก ช้าง ม้า หมอบกราบลงกับพื้น เสียงฟ้าร้องกึกก้องกัมปนาทราวกับแผ่นดินจะถล่มทลาย

เจ้าเมืองขุขันธ์จึงประกาศคำขาดว่า "ถ้าลมฝนหยุดตก ก็จะนำหลวงพ่อพระตาตนกลับวัดสำโรงเกียรติดังเดิม" เมื่อสิ้นคำประกาศ พายุลมฝนก็สงบหยุดตกทันทีอย่างอัศจรรย์ เจ้าเมืองขุขันธ์จึงได้ประกาศให้อัญเชิญหลวงพ่อพระตาตนประดิษฐานไว้ที่เดิม ณ วัดสำโรงเกียรติจนถึงปัจจุบัน

ปาฏิหาริย์ไฟไหม้กุฏิและพระเกศหัก

ต่อมาไม่นาน ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่กุฎีที่หลวงพ่อพระตาตนประดิษฐานอยู่ หลายคนเข้าใจว่าหลวงพ่อพระตาตนคงถูกไฟไหม้ทำลายหมดสิ้นอย่างแน่นอน แต่ในคืนวันต่อมา มีชาวบ้านฝันเห็นพระตาตนอยู่ในบ่อน้ำลึกและบอกว่าหนาว แต่ผู้ฝันจำไม่ได้ว่าเป็นบ่อไหน และได้เล่าให้คนอื่นฟัง แต่ไม่มีใครเชื่อเนื่องจากผู้ฝันยังเป็นเด็ก

จนกระทั่งวันหนึ่ง ชาวบ้านได้มาตักน้ำที่บ่อน้ำภายในวัด มองลงไปเห็นหลวงพ่อพระตาตนลอยน้ำอยู่ จึงได้อาราธนาหลวงพ่อพระตาตนขึ้นมาประดิษฐานไว้ที่เดิม ต่อมาสามเณรรูปหนึ่งได้อาราธนาหลวงพ่อพระตาตนใส่พานถือไปบนกุฎี ได้สะดุดพื้นและหกล้มลง หลวงพ่อพระตาตนจึงตกลงมากระทบกับพื้นจนพระเกศหัก ต้องนำยางไม้มาต่อพระเกศดังปรากฏให้เห็นจนถึงปัจจุบัน ต่อมาไม่นานสามเณรรูปนั้นก็ได้มรณภาพลงเพราะความเสียใจที่ทำให้องค์พระบกพร่อง ด้วยเหตุแห่งความศักดิ์สิทธิ์และอภินิหารต่าง ๆ ผู้คนจึงหลั่งไหลมาเคารพนับถือยิ่งขึ้นตามลำดับ

คติความเชื่อและประเพณีที่เกี่ยวข้อง

จากตำนานเรื่องเล่าของหลวงพ่อพระตาตน ผู้คนต่างเลื่อมใสในความศักดิ์สิทธิ์ เดินทางมากราบไหว้บนบานศาลกล่าวอยู่เป็นประจำ

  • ขอพรเรื่องการมีบุตรธิดา: ผู้ที่ไม่มีบุตรหรือมีบุตรยาก นิยมมาขอบุตรและมักประสบความสำเร็จดั่งใจปรารถนา
  • ขอพรเรื่องโชคลาภและความสำเร็จ: ทั้งเรื่องหน้าที่การงาน ธุรกิจ การค้าขาย และความเป็นสิริมงคล
  • การแก้บน: ผู้ที่มาขอพรและประสบความสำเร็จจะกลับมาแก้บน โดยการแก้บนที่เชื่อกันว่าท่านโปรดปรานที่สุดคือ การบวชชั่วคราว หรือบวชตลอดไป

ภาพปูชนียวัตถุและองค์จำลอง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง: สำนักวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยขอนแก่น | cac.kku.ac.th
โลโก้

วัดสำโรงเกียรติ FM 103 MHz

วิทยุออนไลน์สด 24 ชม.

🎵